The Big C

เพิ่มเพื่อน

         


         เมื่ออยู่ๆคุณถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและหมอกำหนดวันหมดอายุของคุณให้ด้วย     ความหวังคงจะดูริบหรี่สำหรับคุณ     

         เมื่อหมอพูดกรอกหูคุณว่า "คุณจะอยู่ได้ 18 เดือนหากทำคีโม หรือฉายแสง"   ความสิ้นหวังก็จะยิ่งก่อตัวเพิ่มขึ้นในใจคุณ

         และหากหมอบอกคุณว่า "คุณจะอยู่ได้อีก 6 เดือนหากคุณไม่เข้ารับการรักษา"    นั่นคงจะเป็นเหมือนถูกฟ้าผ่าเปรี้ยงเข้ากลางศีรษะ   ความหวังของคุณคงจะเหมือนฝันอันเลื่อนลอย

         แต่มันไม่ควรเป็นเช่นนั้น

 

         โปรดจำใส่ใจไว้เลยว่า  "มะเร็ง" เป็นแค่คำๆหนึ่ง!ซึ่งมันจะฆ่าคุณก็ต่อเมื่อคุณยอมให้มันฆ่าคุณ     จริงๆแล้ว "มะเร็ง" เป็นแค่สิ่งที่ร่างกายต้องการบอกคุณว่า"Houston, we have a problem!"   และปลุกคุณให้ตื่นขึ้นมาเพื่อไปใช้ชีวิตในวิธีที่ให้ร่างกายรักษาตัวเองได้    วิถีชีวิตที่หลายคนได้ละทิ้งไปตั้งนานแล้ว

         และไม่จำเป็นต้องเป็นมะเร็งอย่างเดียว   ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ, เบาหวาน, โรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง หรือโรคของความเสื่อมของระบบประสาท   มันก็ยังมีหวังเสมอ    แต่น่าเศร้าที่ความหวังนี้แทบจะไม่มีในการรักษาแบบทั่วไป (conventional medicine)  เพราะมันจำกัดตัวเองอยู่แค่การดูแลประคับประคอง และการจัดการกับอาการของโรค  ไม่ใช่การจัดการกับต้นเหตุของโรค (healing)    และมันก็ไม่ควรเป็นเช่นนั้นอีกเหมือนกัน

         การรักษาแผนปัจจุบันนั้น   ได้หมุนวนเข้าสู่การแสวงหาอำนาจ, เงินตรา และสิ่งแลกเปลี่ยน     การเป็นพันธมิตรกันระหว่างการแพทย์แผนตะวันตก, บริษัทยา, บริษัทประกัน และองค์กรอาหารและยา   ได้สร้างธุรกิจขนาดมหึมาขึ้น  เรียกว่า "sick care"  ซึ่งเน้นสร้างผลกำไรมากกว่าการดูแลสุขภาพอย่างแท้จริง   และให้ความสำคัญกับความจำเป็นของผู้ป่วยตามหลัง "สุขภาพ" ของธุรกิจ

         แม้จะมีปัญหาฝังลึกถึงเพียงนี้   แต่ก็ยังคงมีหวังเสมอ     การมีสุขภาพดี และความสามารถในการรักษาเยียวยาตัวเอง อยู่ภายในตัวเราเสมอ    ทั้งๆที่ในความเป็นจริง  พวกเราส่วนใหญ่ได้ละเลยสิ่งเหล่านั้นไป

         การรักษาด้วยวิธีการทางธรรมชาติ ซึ่งถูกเรียกผิดว่าเป็น "การแพทย์ทางเลือก"   เป็นการรักษาที่แท้จริงในยุคปัจจุบัน และในอนาคต     ปัจจุบัน  เรามีความรู้ว่าอะไรทำให้ร่างกายรักษาตัวเอง และอะไรไม่ช่วย      มันเป็นเหตุผลที่สมควรหรือ  ที่เอาสารเคมีและรังสี  ใส่เข้าไปในร่างกายที่ป่วยเพราะสารเคมีและรังสี?    ใครจะไปทำอย่างนั้น?   แต่ปรากฏว่ามันเกิดขึ้นทุกวันในโลกปัจจุบัน      เรารักษาการติดเชื้อด้วยยาปฏิชีวนะ ซึ่งมีโอกาสฆ่าเชื้อก่อโรคเพียงเล็กน้อย  แต่กลับไปฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในร่างกาย ซึ่งเป็นแหล่งของระบบภูมิคุ้มกันถึง 2/3 ของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย      เรา"จัดการ" กับเบาหวานประเภทที่ 2 ด้วยอินซูลิน และยา แทนที่จะทำให้ร่างกายกลับสู่โหมดรักษาตัวเองภายในเวลา 120 วัน หรือมากกว่านั้น - ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา        เราเป็นโรค MS (Multiple Sclerosis) คือโรคปลอกประสาทเสื่อม หรือโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองอื่นๆทั้งหมด  ส่วนใหญ่เพราะเรารับประทานอาหารไม่ถูกต้อง, เรารับสารเคมี, สารพิษ และรังสีเข้าร่างกาย - และไม่เคยดีท๊อกซ์

         คุณอาจไม่รู้ว่า  โรคพวกนี้  และความเจ็บป่วยแทบทุกชนิด   ร่างกายรักษาตัวเองได้      ความเจ็บป่วยทุกชนิดที่คุณได้รับการวินิจฉัย และถูกจ่ายยาหลายชนิดมาให้รับประทาน    สามารถใช้วิธีตามธรรมชาติมาแก้ปัญหาของโรคดังกล่าวได้ดีกว่า  การกระหน่ำกินยาซึ่งเป็นสารเคมี ซึ่งก็แค่ไปลดอาการของโรคเท่านั้น

         ที่กล่าวมาทั้งหมด เพียงเพื่อจะยืนยันว่า มีความหวังเกิดขึ้นได้ในทุกๆสถานการณ์    ตราบเท่าที่คุณยังหายใจอยู่ - คุณยังมีหวัง       จำคำกล่าวนี้ให้ขึ้นใจ เมื่อคุณถูกวินิจฉัยด้วยโรคอะไรก็ตาม  แม้จะเป็นเจ้า "Big C" มาเยือนถึงบ้านก็ตาม     เราเห็นผู้คนมากมายเอาชนะมะเร็งอย่างได้ผล  โดยใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง, ด้วยวิธีธรรมชาติ - ไม่ใช่ใช้ยาที่ถูกจ่ายมา หรือทำในสิ่งที่เขาทำตามๆกันมา      เราพบว่า ความหวัง จะทำให้คุณข้ามผ่านเขาลูกสุดท้ายนั้นได้ เมื่อดูเหมือนไม่มีอะไรจะช่วยคุณได้อีกแล้ว      ความหวัง  จะเป็นแรงผลักดันให้คุณช่วยตัวเอง แทนที่จะเอาชีวิตไปฝากไว้ในมือของคนที่ไม่ได้เอาชีวิตเขามาเดิมพันชีวิตคุณว่าจะอยู่หรือตาย      ความหวัง  จะผลักคุณขึ้นสู่ผิวน้ำ เมื่อคุณรู้สึกว่ากำลังจะจมสู่ทะเลความเจ็บป่วย

         เรา... WellnessHealths พร้อมจะช่วยคุณ

หนังสือ

  • หนังสือ "Killing Cancer Not People"
    1,000.00 ฿